๑เรื่องฝันไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล อสุจิของภิกษุรูปหนึ่งเคลื่อนเพราะฝัน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ อสุจิเคลื่อนเพราะฝัน ไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๐
๒เรื่องถ่ายอุจจาระไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งกำลังถ่ายอุจจาระอยู่ อสุจิเคลื่อนแล้ว เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๐
๓เรื่องถ่ายปัสสาวะไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งกำลังถ่ายปัสสาวะอยู่ อสุจิเคลื่อนแล้ว เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๐
๔เรื่องตรึกถึงกามไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งกำลังนึกถึงกามารมณ์อยู่ อสุจิเคลื่อนแล้ว เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุตรึกถึงกามไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๐
๕เรื่องอาบน้ำร้อน ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งกำลังอาบนํ้าร้อนอยู่ อสุจิเคลื่อนแล้ว เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๑
๖เรื่องอาบน้ำร้อน ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน กำลังอาบนํ้าร้อนอยู่ อสุจิเคลื่อนแล้ว เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๑
๗เรื่องอาบน้ำร้อน ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน กำลังอาบน้ำร้อนอยู่ แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๑
๘เรื่องทายา ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีแผลที่องค์กำเนิด เมื่อเธอกำลังทายาอยู่ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๒
๙เรื่องทายา ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีแผลที่องค์กำเนิด เธอมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน ทายาอยู่ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๒
๑๐เรื่องทายา ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีแผลที่องค์กำเนิด เธอมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน ทายาอยู่ แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๒
๑๑เรื่องเกาอัณฑะ ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแลภิกษุรูปหนึ่งกำลังเกาอัณฑะ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๒
๑๒เรื่องเกาอัณฑะ ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน เกาอัณฑะอยู่ อสุจิเคลื่อนเธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๓
๑๓เรื่องเกาอัณฑะ ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน เกาอัณฑะอยู่ แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๓/๖๐๓
๑๔เรื่องเดินทาง ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งกำลังเดินทาง อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๓
๑๕เรื่องเดินทาง ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งกำลังเดินทางมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน อสุจิเคลื่อนแล้ว เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๔
๑๖เรื่องเดินทาง ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งกำลังเดินทางมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๔
๑๗เรื่องหนังหุ้มปลายองค์กำเนิด ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งจับหนังหุ้มปลายองค์กำเนิดถ่ายปัสสาวะอยู่ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๔
๑๘เรื่องหนังหุ้มปลายองค์กำเนิด ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จับหนังหุ้มปลายองค์กำเนิดถ่ายปัสสาวะอยู่ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๔
๑๙เรื่องหนังหุ้มปลายองค์กำเนิด ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จับหนังหุ้มปลายองค์กำเนิดถ่ายปัสสาวะอยู่ แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๕
๒๐เรื่องเรือนไฟ ๖ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอังหน้าท้องอยู่ในเรือนไฟ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๕
๒๑เรื่องเรือนไฟ ๖ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน อังหน้าท้องอยู่ในเรือนไฟ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๕
๒๒เรื่องเรือนไฟ ๖ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน อังหน้าท้องอยู่ในเรือนไฟ แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๕
๒๓เรื่องเรือนไฟ ๖ เรื่อง (๔)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งนวดหลังให้พระอุปัชฌาย์อยู่ในเรือนไฟ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๖
๒๔เรื่องเรือนไฟ ๖ เรื่อง (๕)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน นวดหลังให้พระอุปัชฌาย์อยู่ในเรือนไฟ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๖
๒๕เรื่องเรือนไฟ ๖ เรื่อง (๖)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน นวดหลังให้พระอุปัชฌาย์อยู่ในเรือนไฟ แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๖
๒๖เรื่องขาอ่อน ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งให้องค์กำเนิดเสียดสีขาอ่อน อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๗
๒๗เรื่องขาอ่อน ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อนให้องค์กำเนิดเสียดสีขาอ่อน อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๗
๒๘เรื่องขาอ่อน ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อนให้องค์กำเนิดเสียดสีขาอ่อน แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๗
๒๙เรื่องใช้สามเณรสังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงบอกสามเณรรูปหนึ่งว่า “มานี่ พ่อสามเณร จงจับองค์กำเนิดของฉัน” สามเณรได้จับองค์กำเนิดของภิกษุนั้นแล้ว อสุจิของภิกษุนั้นเคลื่อน เธอได้ มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๗
๓๐เรื่องสามเณรหลับทุกกฏ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่ง ได้จับองค์กำเนิดของสามเณรผู้นอนหลับอยู่ อสุจิของภิกษุนั้นเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติทุกกฏ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๔/๖๐๘
๓๑เรื่องหนีบด้วยขาอ่อน ๓ เรื่องไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งหนีบองค์กำเนิดด้วยขาอ่อน อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๐๘
๓๒เรื่องหนีบด้วยขาอ่อน ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงหนีบองค์กำเนิดด้วยขาอ่อน อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๐๘
๓๓เรื่องหนีบด้วยขาอ่อน ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงหนีบองค์กำเนิดด้วยขาอ่อน แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๐๙
๓๔เรื่องบีบด้วยกำมือ ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งบีบองค์กำเนิดด้วยกำมือ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๐๙
๓๕เรื่องบีบด้วยกำมือ ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงบีบองค์กำเนิดด้วยกำมือ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๐๙
๓๖เรื่องบีบด้วยกำมือ ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงบีบองค์กำเนิดด้วยกำมือ แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๐๙
๓๗เรื่องแอ่นสะเอวในอากาศ ๒ เรื่อง (๑)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงแอ่นสะเอวในอากาศ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๐
๓๘เรื่องแอ่นสะเอวในอากาศ ๒ เรื่อง (๒)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงแอ่นสะเอวในอากาศ แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๐
๓๙เรื่องดัดกาย ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งกำลังดัดกายอยู่ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๐
๔๐เรื่องดัดกาย ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อนจึงดัดกาย อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๑
๔๑เรื่องดัดกาย ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อนจึงดัดกาย แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๑
๔๒เรื่องเพ่งองค์กำเนิดไม่ต้องอาบัติ (ทรงห้ามต่อไป)
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความกำหนัดเพ่งดูองค์กำเนิดของมาตุคาม อสุจิของภิกษุนั้นเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีความกำหนัดไม่ควรเพ่งดูองค์กำเนิดของมาตุคาม รูปใดเพ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๑
๔๓เรื่องสอดเข้าช่องดาล ๒ เรื่อง (๑)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสอดองค์กำเนิดเข้าช่องดาล อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๑
๔๔เรื่องสอดเข้าช่องดาล ๒ เรื่อง (๒)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสอดองค์กำเนิดเข้าช่องดาล แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๒
๔๕เรื่องใช้ไม้สี ๒ เรื่อง (๑)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน ใช้ไม้สีองค์กำเนิด อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติ สังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๒
๔๖เรื่องใช้ไม้สี ๒ เรื่อง (๒)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงใช้ไม้สีองค์กำเนิด แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๒
๔๗เรื่องสรงนํ้าทวนกระแส ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งสรงนํ้าทวนกระแส อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๒
๔๘เรื่องสรงนํ้าทวนกระแส ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสรงน้ำทวนกระแส อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๓
๔๙เรื่องสรงนํ้าทวนกระแส ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสรงน้ำทวนกระแส แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๓
๕๐เรื่องเล่นนํ้าโคลน ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเล่นนํ้าโคลนอยู่ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๓
๕๑เรื่องเล่นนํ้าโคลน ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงเล่นน้ำโคลน อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๔
๕๒เรื่องเล่นนํ้าโคลน ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงเล่นนํ้าโคลน แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๔
๕๓เรื่องเดินลุยนํ้า ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเดินลุยนํ้าอยู่ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๔
๕๔เรื่องเดินลุยนํ้า ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงเดินลุยนํ้า อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๔
๕๕เรื่องเดินลุยนํ้า ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงเดินลุยนํ้า แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๕
๕๖เรื่องเล่นไถลก้น ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเล่นไถลก้นอยู่ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๕
๕๗เรื่องเล่นไถลก้น ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงเล่นไถลก้น อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๕
๕๘เรื่องเล่นไถลก้น ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงเล่นไถลก้น แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติ สังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๖/๖๑๕
๕๙เรื่องเดินลุยดงบัว ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งเดินลุยดงบัวอยู่ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๖
๖๐เรื่องเดินลุยดงบัว ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงเดินลุยดงบัว อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๖
๖๑เรื่องเดินลุยดงบัว ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงเดินลุยดงบัว แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๖
๖๒เรื่องสอดเข้าในทราย ๒ เรื่อง (๑)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสอดองค์กำเนิดเข้าไปในทราย อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๗
๖๓เรื่องสอดเข้าในทราย ๒ เรื่อง (๒)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสอดองค์กำเนิดเข้าไปในทราย แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๗
๖๔เรื่องสอดเข้าในตม (๑)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสอดองค์กำเนิดเข้าไปในตม อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๗
๖๕เรื่องสอดเข้าในตม (๒)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสอดองค์กำเนิดเข้าไปในตม แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๗
๖๖เรื่องใช้นํ้ารด ๓ เรื่อง (๑)ไม่ต้องอาบัติ
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งใช้น้ำรดองค์กำเนิด อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้าไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนเลย พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ ภิกษุผู้ไม่มีความประสงค์จะให้เคลื่อนไม่ต้องอาบัติ”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๘
๖๗เรื่องใช้นํ้ารด ๓ เรื่อง (๒)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงใช้นํ้ารดองค์กำเนิด อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๘
๖๘เรื่องใช้นํ้ารด ๓ เรื่อง (๓)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงใช้น้ำรดองค์กำเนิด แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๘
๖๙เรื่องสีบนที่นอน ๒ เรื่อง (๑)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสีองค์กำเนิดบนที่นอน อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๘
๗๐เรื่องสีบนที่นอน ๒ เรื่อง (๒)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสีองค์กำเนิดบนที่นอน แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอคิดอย่างไร” “ข้าพระพุทธเจ้ามีความประสงค์จะให้เคลื่อน พระพุทธเจ้าข้า” “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๙
๗๑เรื่องสีกับนิ้วหัวแม่มือ ๒ เรื่อง (๑)สังฆาทิเสส
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสีองค์กำเนิดกับนิ้วหัวแม่มือ อสุจิเคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้ว”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๙
๗๒เรื่องสีกับนิ้วหัวแม่มือ ๒ เรื่อง (๒)ถุลลัจจัย
ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งมีความประสงค์จะให้อสุจิเคลื่อน จึงสีองค์กำเนิดกับนิ้วหัวแม่มือ แต่อสุจิไม่เคลื่อน เธอได้มีความกังวลใจว่า “เราต้องอาบัติสังฆาทิเสสแล้วกระมังหนอ” จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า
พระพุทธดำรัส: “ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติสังฆาทิเสส แต่ต้องอาบัติถุลลัจจัย”
📍 วิ.มหา. ๑/๒๖๘/๖๑๙